วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

Zoom

 1. ปิดเสียง เปิดกล้อง ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น

ความลับไม่มีในโลก! หลายคนชอบโป๊ะแตก เปิดไมค์ทิ้งไว้ระหว่างรอคู่สนทนา จังหวะที่เผลอคุยหรือเมาท์อะไรหลุดออกมาก็ได้ยินกันหมด ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำหลังเข้าใช้งาน Zoom คือตั้งค่าปิดเสียง และเปิดกล้องเอาไว้ ซึ่งเป็นมารยาทพื้นฐานในการสนทนาออนไลน์ที่ควรรู้


วิธีการตั้งค่าปิดเสียงแบบง่ายๆ ให้เข้าไปที่การตั้งค่า เลือกเสียง และปิดเสียงไมโครโฟนเมื่อเข้าร่วมการประชุมและระหว่างที่สนทนา เกิดมีข้อซักถาม หรือถูกเชิญให้พูด ก็แค่เคาะแป้นพิมพ์ Spacebar แทนการคลิกปุ่มไมโครโฟน โดยคุณสามารถกด Spacebar ค้างไว้เพื่อเปิดเสียงไมโครโฟน แบบเดียวกับการกดแล้วพูด หรือ Push to talk

2. เปลี่ยนพื้นหลัง เปลี่ยนชื่อ เพิ่มรูปโปรไฟล์

นับเป็นฟังก์ชั่นเริ่มต้นที่ต้องปรับแต่งทุกครั้งก่อนเริ่มแชต เพราะที่บ้านบางคนก็ไม่ได้เหมาะที่จะใช้ในการคุยงาน หากบ้านรกหรือมีคนเคลื่อนไหวไปมาอยู่ด้านหลัง ยิ่งจะเป็นการรบกวน หรือดึงความสนใจของคู่สนทนาใน Zoom ให้หลุดโฟกัสในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่ก็เป็นได้ วิธีเปลี่ยนพื้นหลัง Zoom ทำได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและในแอปมือถือ แค่ไปที่การตั้งค่า เลือกพื้นหลังที่มีให้ หรืออัปโหลดภาพที่คุณต้องการเข้าไปแทนที่

เช่นเดียวกับชื่อที่ใช้ login เข้าใช้งาน Zoom ส่วนใหญ่จะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ที่ยากต่อการจดจำหรือแยกแยะ ยิ่งไปซ้ำกับผู้ใช้งานรายอื่นแล้วด้วยก็คุณอาจจะถูกลืมหรือโดนกลืนหายไปในวงสนทนาแบบไม่รู้ตัว การเปลี่ยนชื่อสามารถทำได้ 2 วิธีทั้งแบบชั่วคราวและถาวร

หากคุณต้องการเปลี่ยนชื่อชั่วคราวสำหรับการประชุมที่กำลังจะเริ่ม ให้คลิกที่ปุ่มผู้เข้าร่วมที่ด้านล่างของหน้าจอ วางเมาส์เหนือชื่อของคุณ แล้วคลิกเพิ่มเติม จากนั้นเปลี่ยนชื่อ โดยพิมพ์ชื่อที่คุณต้องการให้แสดงแล้วกดตกลง แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนชื่อแบบถาวรทุกครั้งที่เข้าใช้งานให้ไปที่เว็บ Zoom ลงชื่อเข้าใช้ คลิกโปรไฟล์ที่มุมขวาบนตรงข้ามชื่อของคุณ แล้วคลิกแก้ไข ป้อนชื่อที่คุณต้องการ จากนั้นกดบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพียงเท่านี้ชื่อใหม่ของคุณจะแสดงในทุกการประชุมนับจากนี้ ซึ่งคุณสามารถเข้ามาเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ

นอกจากนี้คุณยังเพิ่มรูปโปรไฟล์ทั้งแบบชั่วคราวบนแอป และแบบถาวรได้บนเว็บด้วยวิธีการเดียวกับการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งาน

3. เปิดใช้ฟิลเตอร์ เพิ่มความมั่นหน้า

หากตอนเริ่มประชุมคุณสังเกตได้ว่าหน้าตาในกล้องเริ่มไม่สดใส อาจเป็นเพราะอดนอน เพื่อเตรียมงานมาอย่างหนักหน่วง คุณสามารถเปิดโหมดบิวตี้ที่จะทำให้หน้าดูดีได้ กับฟีเจอร์ Touch Up My Appearance บน Zoom ซึ่งมีคุณสมบัติไม่แพ้ฟิลเตอร์ในกล้องเซลฟี่บน


หากต้องการเปิดโหมดนี้ให้คลิกลูกศรขึ้น ถัดจากเริ่มวิดีโอ จากนั้นคลิกการตั้งค่าวิดีโอ แล้วทำเครื่องหมายในช่อง ลักษณะที่ปรากฏของฉัน

4. ตั้งค่าห้องระหว่างรอ เพิ่มความปลอดภัย

ปัญหาเรื่องความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องจัดการให้อยู่หมัด ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้สร้างห้องด้วยแล้วละก็ เป็นนี้ห้ามข้ามไปเป็นอันขาด เพราะนอกจาก Zoom พัฒนาการเข้ารหัสแบบ end-to-end รวมถึงวิธีอื่น ๆ เพื่อปกป้องบัญชี และการแชทให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น ผู้สร้างห้องยังสามารถป้องกันคนแปลกหน้า หรือผู้ไม่หวังดีแอบเข้าร่วมร่วมวงสนทนาได้ด้วย


วิธีการง่ายๆ แค่เปิดใช้งานห้องรอเพื่อให้คุณสามารถดูได้ว่าใครพยายามเข้าร่วมการประชุมก่อนที่จะกดอนุญาตให้พวกเขาเข้าถึงได้ โดยไปที่การจัดการบัญชี การตั้งค่าบัญชี คลิกที่การประชุมจากนั้นคลิกห้องรอเพื่อเปิดใช้งานการตั้งค่า

นอกจากนั้นยังสามารถสร้างห้องซูมสำหรับการสนทนากลุ่มเล็ก ๆ โดยแบ่งการประชุมซูมขนาดใหญ่ของคุณออกเป็นเซสชันย่อย ๆ ได้ถึง 50 เซสชันพร้อมห้องแยกย่อย โดยไปที่การจัดการบัญชี การตั้งค่าบัญชี ในแท็บการประชุมไปที่ Breakout Room และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เปิดใช้งานการตั้งค่าแล้ว

5. แบ่งปันหน้าจอ เล่นกับอีโมจิ

แชร์หน้าจอนับว่าเป็นฟีเจอร์หลักที่ทุกคนต้องใช้หากต้องการแบ่งบันสไลด์ พรีเซ้นต์ ร่วมกับคนอื่นซึ่งทำได้ง่ายๆ แค่คลิกที่ไอคอนแชร์หน้าจอบนแถบเครื่องมือที่ด้านล่าง โดยเลือกได้ว่าจะแชร์เดสก์ท็อปทั้งหมด หรือแชร์เพียงหน้าต่างเดียวที่คุณเปิดไว้ หากต้องการหยุดแชร์หน้าจอก็แค่คลิกปุ่มหยุดแชร์สีแดงที่ด้านบนสุดของหน้าจอ เพื่อกลับไปเป็นผู้ฟังตามเดิม

หากคุณปิดเสียงระหว่างประชุมคุณยังสามารถแสดงอารมณ์และความเห็นผ่านอิโมจิเพื่อแจ้งเตือนไปยังเจ้าของห้องได้ โดยไม่รบกวนการประชุม ซึ่งล่าสุด Zoom ได้เพิ่มอิโมจิมากถึง 40 ตัวให้เลือกใช้ โดยคลิกแท็บปฏิกิริยาที่ด้านล่างของหน้าจอการประชุม แล้วเลือกอิโมจิที่ต้องการ โดยอีโมจิจะหายไปหลังจากผ่านไปแล้ว 5 วินาที

6. ใช้แป้นพิมพ์ลัดให้เป็น

สำหรับคนที่ไม่ชอบจับเมาส์ คลิกไปรอบ ๆ หน้าจอ Zoom แบบไร้จุดหมาย Zoom มีแป้นพิมพ์ลัดที่เป็นประโยชน์มากมายให้ใช้งานบนเดสก์ท็อปโดยไม่ต้องใช้เมาส์ นอกจากดเปิด/ปิด เสียงด้วย Spacebar แล้วก็ยังมีอีกหลายปุ่นที่ช่วยทำให้การเช็ตของคุณง่ายและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นด้วย อย่างเช่นกด Alt+Shift+S เพื่อเริ่มหรือหยุดแชร์หน้าจอ

ลองค้นหาคำสั่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมเริ่มหรือหยุดการบันทึกเข้าสู่โหมดเต็มหน้าจอและแชร์หน้าจอของคุณ ได้ที่รายการปุ่มลัดและแป้นพิมพ์ลัดทั้งหมดของ Zoom

7. ซ่อนผู้เข้าร่วมที่ไม่เปิดวิดีโอ

ในมุมมองแกลเลอรีช่วยให้คุณเห็นทุกคนในการประชุมพร้อมกัน แทนที่จะเป็นเพียงคนพูด หากต้องการเปิดใช้งานให้คลิกแท็บมุมมองแกลเลอรีที่มุมขวาบน

ในการประชุมที่มีคนจำนวนมาก บางครั้งหน้าจอของคุณอาจทำให้ผู้ร่วมสนทนาเสียสมาธิกับสัตว์เลี้ยงและเด็ก ๆ ของเพื่อนร่วมงานที่ปรากฏในวิดีโอ ขณะที่บางคนเลือกที่จะไม่เปิดกล้อง ในฐานะผู้สร้างห้องสามารถซ่อนผู้เข้าร่วมประชุมที่ไม่ได้เปิดวิดีโอได้โดยไปที่การตั้งค่า เลือกวิดีโอ ไปที่การประชุม และเลือกซ่อนผู้เข้าร่วมที่ไม่ใช่วิดีโอได้เช่นกัน

8. ใช้ปากกาเพื่อทำไฮไลต์

คุณสมบัติปากกาที่หายไปของ Zoom ช่วยให้คุณสามารถขีดเขียนบนหน้าจอที่ใช้ร่วมกัน เพื่อเน้นข้อความ หรือสิ่วที่ปรากฎบนสไลด์ โดยมันจะเลือนหายไปเองโดยไม่ต้องย้อนกลับไปลบออกวิธีการใช้งานขณะแชร์หน้าจอ ให้คลิกที่คำอธิบายประกอบ ในเมนูที่ขึ้นมาให้คลิก Vanishing Pen แล้วลองใช้งานดู

9. เก็บบันทึกวีดีโอเอาไว้ในเครื่อง

สมาชิก Zoom ทั้งแบบฟรีและพรีเมี่ยม สามารถบันทึกการประชุมลงในแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์โดยใช้แอป Zoom บนเดสก์ท็อป โดยไฟล์ที่บันทึกไว้สามารถอัปโหลดไปยัง Cloud ยอดนิยมอย่าง Google Drive หรือ Dropbox หรือบริการสตรีมวิดีโอเช่น YouTube หรือ Vimeo ได้ทันที แต่หากคุณใช้บริการ Zoom แบบพรีเมี่ยม คุณสามารถบันทึกไฟล์ลงบนสมาร์ทโฟน หรือจัดเก็บบน Cloud ได้โดยตรง ค่าบริการอยู่ที่ $15 ต่อเดือน หรือประมาณ 500 บาท

วิธีเปิดใช้งาน ให้ไปที่การตั้งค่า เลือกการบันทึกและเปิดใช้งาน ขณะที่เริ่มประชุมให้คลิกไอคอนบันทึกที่แถบเครื่องมือ

อ้างอิง  https://tinyurl.com/8snn8583


วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

อีเมลที่ส่งไป เขาเปิดอ่านรึยังนะ?

 “อีเมลที่ส่งไป เขาเปิดอ่านรึยังนะ?” คงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการจะรู้ โดยเฉพาะมนุษย์วัยทำงานอย่างเรา ที่บางครั้งเราส่งสารเรื่องสำคัญไปให้ รอแล้วรออีก ก็ไม่รู้ว่าเขาเปิดอ่านเเล้วรึยัง หรือส่งไปเเล้วไม่ถึงกันนะ

ก็คือ https://mailtrack.io/en/ (ใช้ได้เฉพาะ Gmail บนเว็บเบราว์เซอร์ Chrome เท่านั้น) เข้าเว็บไปแล้วก็กด install ได้เลยค่ะ ดาวน์โหลดฟรี! ด้วยนะ (ใช้ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และบนโทรศัพท์มือถือ)

หลักจากดาวน์โหลดเสร็จเเล้ว ก็ติดตั้งลงเบราว์เซอร์ Chrome ได้เลยค่ะ โดยการกดคำว่า Add to Chrome หลักจากนั้นให้เรากดคำว่า “Connect with Google” แล้ว Sign in ด้วยบัญชี Google ของคุณ (ใช้บัญชีที่เราต้องการ track)

หลังจากนั้นจะมีรายละเอียดเเพ็กเเกจเรื่องราคามาให้เราเลือก แน่นอนค่ะว่าสายฟรีแบบเราเลือก Sign Up Free

เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยเเล้ว  คุณสามารถไปที่หน้า Gmail ได้เลย เราจะเห็นเครื่องหมายถูกสีเขียวอยู่ในแถบส่งเเล้ว หากมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นแค่ 1 แสดงว่าเขายังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ถ้ามีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้น 2 อัน แสดงว่าอีเมลคุณได้ถูกเปิดอ่านเป็นที่เรียบร้อย เเละที่สำคัญ เมื่อเรานำเมาส์ไปชี้ที่เครื่องหมายถูก ก็จะมีรายงานจำนวนครั้งที่เปิดอ่านด้วย

แต่ถ้าหากขึ้นสีเทาทั้ง 2 อัน แสดงว่าอีเมลนั้นทางแอปยังไม่ได้ติดตาม​ (จะเป็นอีเมลที่เราส่งออกไปก่อนติดตั้งโปรแกรม)

อ้างถึง   https://tinyurl.com/rrs2kfs6

งาน “ฟรีแลนซ์”

Fastwork

มีประเภทของงานให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานแปล เขียนบทความ กราฟิกดีไซน์ ตัดต่อวิดีโอ การถ่ายภาพ ไปจนถึงงานซับซ้อนขึ้นอย่างการเขียนโปรแกรมและทำแอป

Freelance Bay

แพลตฟอร์มสื่อกลางระหว่างฟรีแลนซ์และผู้ว่าจ้าง ที่สามารถติดต่อกันได้อย่างสะดวก สามารถสร้างโปรไฟล์เพื่อใช้หางานเหมือนเว็บหางานประจำทั่วไปได้เลย

Freelancer

พิเศษด้วยการได้โอกาสจ้างงานจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้เกิดโอกาสที่กว้างกว่าหางานในประเทศ เป็นที่ๆ สามารถใช้พัฒนาทักษะภาษาของเราให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

Upwork

ศูนย์รวมแบรนด์และองค์กรดังๆ ในระดับโลก ที่ต้องการจ้างงานฟรีแลนซ์มาร่วมงานด้วย เพิ่มโอกาสและสร้างโปรไฟล์ให้ผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี

Thai Programmer

แหล่งรวมงานสำหรับโปรแกรมเมอร์ไทย โดยสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ที่มีงานทั้งแบบประจำและฟรีแลนซ์ของสายโปรแกรมมิ่งมาให้เลือกทำกันอย่างจุใจ

Thai Freelance Agency

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มสื่อกลางระหว่างผู้ว่าจ้างเเละฟรีแลนซ์ มีจบครบทุกสายงานเช่นเดียวกับแพลตฟอร์มข้างต้น

Thai Content Creator Jobs – หางาน หาอินฟลู หาคนรีวิว

ศูนย์รวมงานทั้งประจำและฟรีแลนซ์ของชาวคอนเทนต์ ที่เต็มไปด้วยช่องทางในการทำงานหลากหลาย ทั้งเขียนบทความ ทำกราฟิก ไปจนถึงหาอินฟลูเอนเซอร์เพื่อรีวิวสินค้าและบริการอีกด้วย

อ้างถึง   https://tinyurl.com/47m63yt4

ไอคอนฟรี! สำหรับนักออกแบบ

 รวมเว็บไซต์ที่แจกไอคอนฟรีและภาพไฟล์สกุล PNG ง่ายต่อการใช้งานมาฝากกันค่ะ เเต่หากใครใช้งานในเชิงพาณิชย์ อาจจะต้องตรวจเช็คเรื่องลิขสิทธิ์กันอีกครั้ง

1. icons8.com

2. flaticon.com

3. iconfinder.com

4. icon-icons.com

5. pngtree.com

อ้างอิง https://tinyurl.com/wyvfjeav


วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

สร้าง QR Code

 สร้าง QR Code แบบมือโปร ใส่โลโก้ได้

ในยุคแรก QR Code ถูกใช้เพื่อให้สแกน Link ไปเว็บได้แบบไม่ต้องพิมพ์ แต่เดี๋ยวนี้ QR Code เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ไม่ว่าจะสแกนเพื่อส่งเมล สแกนเพื่อดูข้อความพิเศษ สแกนเพื่อโทรแบบไม่ต้องกดเบอร์ สแกนเพื่อส่ง SMS สแกนเพื่อเข้ารหัสใช้ Wi-fi โอนเงิน ไปจนถึง Bitcoin ก็สแกนได้แล้ว


ใครอยากได้ QR Code แบบเจ๋งๆ ตอนนี้เค้ามีเว็บให้ใช้ฟรี 7 วัน สร้างได้หน้าตา QR ให้สแกนได้แบบมือโปร จะใส่รูป เลือกหน้าตาไอคอน ใส่โลโก้ เปลี่ยนสีให้เริดขนาดไหนก็ทำได้ แค่

1. เข้าไปที่เว็บ https://qr.io/ 

2. เลือกรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ และใส่รายละเอียดปลายทางให้ครบ

3. เลือก Option เพื่อตกแต่งสีพื้นหลัง ลวดลาย และเส้นขอบ 

4. เลือกรูปทรงของ QR Code ในแบบที่คุณชอบ

5. อัปโหลดโลโก้ หรือเลือกภาพที่ต้องการให้อยู่บน QR Code

6. เลือกสไตล์กรอบภาพ และใส่คำตามที่ต้องการ เช่น SCAN NOW

อ้างถึง  https://tinyurl.com/8fxtjy6j

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

แชร์หน้าจอของอุปกรณ์ผ่าน WiFi

 APP Screen Mirror - การแชร์หน้าจอ

ด้วย  Screen Mirror คุณสามารถแชร์หน้าจอของอุปกรณ์ผ่าน WiFi และเข้าถึงได้จากเบราว์เซอร์ระยะไกลจากอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่าย WiFi 

1.  เปิด http://www.screenmirrorapp.com บน Notebook/PC ปลายทาง

2. เปิด  APP Screen Mirror บนอุปกรณ์ Android และแกนรหัส QR บน Notebook ปลายทาง 

3. แล้วเริ่มต้นการทำมิเรอร์ทันที ไม่จำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์เพิ่มเติมบน Notebook/PC ปลายทางแต่อย่างใด 

เพียงดำเนินการทั้งสามข้อข้างต้น ก็จะจำลองหน้าจอบนมือถือ มาไว้บนหน้าจอ  Notebook/PC ได้แล้ว ก็จะทำให้เราไม่ต้องดูหน้าจอเล็กๆ อีกต่อไป จอก็จะใหญ่ขึ้น ดูง่ายขึ้น 

แต่ก็มีข้อเสีย การทำงานจริงๆ ก็ยังอยู่ที่มือถือ ไม่สามารถใช้ mouse จัดการกับหน้าจอที่จำลองมาได้แต่ประการใด 

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ โหลดฟรี ใช้งานง่าย

  1.  Lightworks Free Edition
  2. Openshot
  3. Shotcut
  4. Davinci Resolve 16
  5. HitFilm Express
  6. Videopad
  7. Movavi Video Editor
  8. VSDC Free Video Editor
  9. Kdenlive
  10. Adobe Premiere Pro
  11. Vegas Pro
  12. VideoStudio Pro

1. Lightworks Free Edition


Lightworks เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโปรแกรมระดับสูงที่ต้องเสียเงินซื้อเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องมือมากมาย สามารถตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio ได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมเครื่องมือและลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมกับการทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Lightworks

2. Openshot

Openshot เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยทีมงานจากบริษัท OpenShot Studios ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ มีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย มีเครื่องมือครบครัน และสามารถใช้งานได้ง่าย ตัวโปรแกรมมีฟังก์ชั่นในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกับมีฟีเจอร์การ Preview เพื่อดูวิดีโอก่อนที่จะแก้ไขวิดีโอได้แบบ Real-Time สามารถส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้ โปรแกรม Openshot ยังสามารถตกแต่งแสงและสีของวิดีโอผ่านการใช้ Effect ที่มีให้เลือกมากมาย และยังสามารถใส่ตัวอักษรทั้งแบบธรรมดาและแบบสามมิติลงไปในวิดีโอได้ด้วย แต่มีข้อที่น่าสังเกตของเจ้าโปรแกรมตัวนี้ก็คือค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Openshot นั้นเป็นโปรแกรมประเภท Open Source จึงเปิดโอกาสให้เหล่าผู้พัฒนาโปรแกรมคนอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปพัฒนาต่อได้ ส่งผลให้ตัวโปรแกรมมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Openshot

3. Shotcut

Shotcut เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ Open Source ที่ฟรี มีคุณสมบัติมากมายและใกล้เคียงกับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้การตัดต่อวิดีโอ หรือมือสมัครเล่นที่ต้องการตัดต่อวิดีโอให้ออกมาได้อย่างมืออาชีพ มาพร้อมเครื่องมือมากมายและครบครัน รองรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย โปรแกรมยังสามารถตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และสูงสุดอย่าง 4K


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Shotcut

4. Davinci Resolve 16

โปรแกรม Davinci Resolve 16 เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ที่กำลังมองหาโปรแกรมสำหรับแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ โปรแกรมยังมาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit และสามารถแก้ไขสีสันเฉดต่าง ๆ ได้มากมาย แถมตัวโปรแกรมทำงานค่อนข้างไว แต่ในเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันอย่างฟรี ๆ นั้น ในบางเครื่องมือก็จะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Davinci Resolve 16 ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ดีมีประสิทธิภาพและน่าใช้งาน


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Blackmagicdesign

5. HitFilm Express

Hitfilm Express โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่ฟรี มีครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ลงบนวิดีโอประเภทต่าง ๆ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนา FXhome ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดกันได้แบบฟรี ๆ แต่มีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานโดยรวมแต่อย่างใด รูปแบบหน้าตาการใช้งานของโปรแกรมนี้นั้นดูเรียบหรู เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟังก์ชันหลัก ๆ ที่อยู่ในเวอร์ชันฟรีนั้นก็ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect) ที่เราสามารถสร้างเองก็ได้, และปรับสีของวิดีโอได้ตามต้องการ


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: HitFilm Express

6. Videopad

Videopad เป็นโปรแกรมมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่เหมาะมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ตัวโปรแกรมมีการสอนการตัดต่อให้กับผู้เริ่มต้นฟรีด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้เน้นการใช้งานง่ายเป็นหลัก เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop) มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบให้ได้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การปรับความช้า-เร็วของวิดีโอได้ด้วย เผื่อให้งานที่ออกมานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากที่สุด นอกจากนี้ยังรอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid, mpeg, mp4, mov, gif, jpg, png, tif ฯลฯ


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Videopad

7. Movavi Video Editor

โปรแกรม Movavi Video Editor มีเครื่องมือการใช้งานที่จำเป็นทุกอย่างสำหรับการตัดต่อไฟล์มัลติมีเดีย มีเครื่องมือสำหรับการสร้างวิดีโอที่สวยงาม มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA ในระหว่างการเรนเดอร์วิดีโอ มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียงที่ดีโดยผู้ใช้สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้ นอกจากนี้เครื่องมือยังมีความเรียบง่าย แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้สบาย


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Movavi Video Editor

8. VSDC Free Video Editor

VSDC เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ใช้งานง่าย รองรับไฟล์หลากหลาย มีเครื่องมือให้ใช้มากมายและครบกันไม่ว่าจะเป็น ความสามารถใส่เอฟเฟค (Effect) ให้กับไฟล์ Video หรือไฟล์ Audio เช่น Color Correction, Object Transformation, Object Filters, Transition Effects ฯลฯ โปรแกรมยังสนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p ซึ่งให้ความคมชัดสูงสุด สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอในรูปแบบวัตถุเคลื่อนไหว (Animated Object) ได้จากภาพนิ่งที่มีอยู่ในเครื่อง ทั้งนี้ VSDC จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอในปัจจุบัน


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VSDC

9. Kdenlive

โปรแกรม Kdenlive (โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ KDE แบบ Non-Linear) สามารถสร้างผลงานด้านวิดีโอได้ตั้งแต่ระดับเบสิคไปจนถึงระดับมืออาชีพ รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์วิดีโอ (Video Files) ไฟล์เสียง (Audio Files) หรือ ไฟล์รูปภาพ (Image Files) โปรแกรมมีเอฟเฟคสำหรับแต่งวิดีโอและเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งยังสามารถย้าย, บล็อก, และเปิดหรือปิดไฟล์ที่ต้องการได้ และที่สำคัญผู้ใช้สามารถ import ไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้เกือบทุกประเภทโดยไม่ต้องแปลงไฟล์ก่อน


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Kdenlive

10. Adobe Premiere Pro

โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่เรียกได้ว่ายอดฮิต ยอดนิยม และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เพราะโปรแกรม Adobe Premiere Pro สามารถรองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง ไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K, 5K และ 6K เลยทีเดียว แถมยังใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator, After effect ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Adobe Premiere Pro

11. Vegas Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้จะเน้นไปที่การตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพและความละเอียดสูง รองรับไฟล์หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับงานหลากหลายไม่ว่า่จะเป็น ตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ ตัวโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support (ปรับแต่งแสงละสีให้ดูสดใส) เป็นต้น รองรับการตัดต่อไฟล์หลายคุณภาพตั้งแต่ SD, HD, 2K, 4K ไปจนถึง 8K


โปรแกรม Vegas Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Vegas Pro Free Trial

12. VideoStudio Pro

VideoStudio Pro ตัวนี้เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว มีเครื่องมือให้เลือกใช้งานมากมาย รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K สามารถ export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4, ไฟล์ WebM, ไฟล์ WMA, HTML5 เป็นต้น


รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรม VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VideoStudio Free Trial

แหล่งที่มา   https://tinyurl.com/2bbuezeb